แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ประเภทบุคคล
แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ประเภทบุคคล หมายถึง
บุคคลที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบวิถีชีวิต ที่สามารถเป็นต้นแบบและ
มีผลงานได้รับการยกย่อง เป็นที่ยอมรับของสังคม ชุมชน
จนสามารถเป็นผู้นำชุมชนหรือผู้นำในทำกิจกรรมดังกล่าวทั้งอาชีพ ผลงาน
ความรู้
ที่สามารถนำไปปฏิบัติตามได้ทั้งที่เป็นแนวทางในการประกอบอาชีพและแนวทางใน
การดำเนินชีวิต ซึ่งแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ประเภทบุคคลสามารถจำแนกได้เป็น
3 กลุ่ม ได้แก่
1. แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้บุคคลกลุ่มที่ 1 กลุ่มองค์ความรู้เกี่ยวกับคติ ความคิด ความเชื่อ แนวทางในการดำเนินชีวิต
2. แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้บุคคลกลุ่มที่ 2 เป็นเรื่องของศิลปะ วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี
3. แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้บุคคลกลุ่มที่ 3 เป็นเรื่องของการประกอบอาชีพ
4. แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้บุคคลกลุ่มที่ 4 เป็นผู้ที่มีความรู้ เรื่องราว แนวความคิด หลักปฏิบัติ และเทคโนโลยีสมัยใหม่
5. แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้บุคคลกลุ่มที่ 5 ผลิตภัฑ์การประกอบอาหาร
|
|
องค์ความรู้
- เป็นผู้ที่มีความมานะอดทนไม่ย้อท้อต่อปัญหาที่เกิดขึ้นกับตนเอง- เป็นผู้ที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ทั้งทางโลกและทางธรรม
- เป็นผู้ที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาและสืบทอดพระพุทธศาสนาให้ดำรงสืบต่อไป
- เป็นบุคคลที่ให้อภัยแก่ผู้อื่น ไม่ถือโทษโกรธผู้ที่กระทำสิ่งไม่ดีต่อตนเอง
- เป็นบุคคลที่อยู่ในศีลธรรมอันดีงามและสามารถเสียสละผลประโยชน์ส่วนตนให้กับผู้อื่น สมควรแก่การยกย่อง
- เป็นสตรีที่สตรีทั้งหลายควรเอาเป็นแบบอย่าง
แนวคิดที่ได้
วิถีชีวิตของชาวพุทธ หน้าที่ของชาวพุทธคือการดูแลจิตใจ ขัดเกลากิเลสในจิตใจของเรา ให้เรารู้ตื่นและเบิกบานในขณะที่ทำหน้าที่ โลกกำลังต้องการวิถีชีวิตเยี่ยงนี้ เพราะปัญหาของโลกนี้นับวันจะทวีขึ้น การเริ่มต้น ขัดเกลาตัวเองให้สามารถอยู่กับโลกนี้ได้อย่างสงบเย็นและเป็นประโยชน์... จึงเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน”
บุคคลดังกล่าวจัดอยู่ในแหล่งทรัพยากรการเรียนบุคคลรู้กลุ่มใด เพราะเหตุใด
แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้บุคคลกลุ่มที่ 1 กลุ่มองค์ความรู้เกี่ยวกับคติ ความคิด ความเชื่อ แนวทางในการดำเนินชีวิต“เสถียรธรรมสถานเป็นชุมชน แห่งการเรียนรู้ ที่มีธรรมะเป็นหยดน้ำ ที่ทำให้ชีวิตงอกงามได้ เมื่อใดก็ตามที่มีธรรมะ เมื่อนั้นชีวิตงอกงามได้ เหมือนเมื่อใดก็ตามที่มีหยดน้ำ ชีวิตก็ปรากฏขึ้นได้" แม่ชีศันสนีย์เคยให้สัมภาษณ์ ผ่านนิตยสาร “โพสิชั่นนิ่ง แม๊กกาซีน” ซึ่งสัมภาษณ์โดย “จิราจารีย์ ชัยมุสิก” เมื่อเดือนกรกฎาคม 2549
องค์ความรู้
๒๐ คำสอนของท่าน ว.วชิรเมธี๑. กลัวลูกมีเซ็กส์ในวัยเรียนไม่อยากให้เกิด ต้องเอาปัญญาใส่ในมือลูกให้เงินลูกน้อยๆ ให้ความรู้แก่ลูกมากๆ ด่าลูกน้อยๆ ให้คำสอนลูกมากๆ๒. ไหว้พระขอพรอะไรดี(๑) ขออย่าให้โลภจนหน้ามืด
(๒) ขออย่าให้โกรธจนทำร้ายตัวเอง
(๓) ขออย่าให้หลงจนไม่รู้ดีรู้ชั่ว
(๔) ขออย่าให้ตายในสงครามระหว่างคนไทยด้วยกันเอง
๓. ท้อแท้กับปัญหามากมายทำอย่างไรดีปลาที่ยังเป็นอยู่ล้วนเรียนรู้ที่จะว่ายทวนน้ำ ส่วนปลาตายมักไหลตามน้ำ ปัญหาทำให้คนธรรมดาท้อ แต่ทำให้คนมีปัญญาลุกขึ้นมาแก้ไข
๔. ทะเลาะกับแฟนจนไม่มีสมาธิทำงานงานส่วนงาน แฟนส่วนแฟนรู้จักแบ่งเวลาให้งาน รู้จักแบ่งเวลาให้แฟน อย่าเสียงานเพราะแฟน อย่าเสียแฟนเพราะงาน
๕. โกรธ! ถูกเพื่อนนินทาโบราณว่าไม่มีใครเตะหมาที่ ตายแล้วคุณถูกนินทาแสดงว่าคุณยังมีความหมายคุณเป็นคนโชคดี จู่ๆ ก็มีกระจกวิเศษสะท้อนความอัปลักษณ์ให้เห็นความบกพร่องของตัวเอง
๖. จับได้ว่าแฟนมีกิ๊กทำอย่างไรดี(๑) ถามตัวเองว่าเราดีกับเขาพอหรือยัง
(๒) ระหว่างเรากับกิ๊กมีข้อดีข้อด้อยต่างกันตรงไหน
(๓) ถามแฟนว่าจะเลือกใครก็รีบทำไม่รักฉัน อย่าทำให้ฉันเสียเวลา
๗. โดนเพื่อนร่วมงานแย่งซีนทำอย่างไรเขาแย่งจากเราได้เพียงแค่ซีนและภาพลักษณ์เท่านั้น แต่เขาไม่สามารถแย่งความรู้และความสามารถไปจากเราได้
๘. งานเยอะมากทำอย่างไรดี(๑) รู้ว่างานเยอะต้องรีบทำ
(๒) อย่าดองงานข้ามปีข้ามชาติ
(๓) เรียงลำดับความสำคัญของงานสำคัญก่อนให้รีบทำ สำคัญน้อยค่อยทยอยทำทีหลัง
๙. ทำงานดี มีแต่คนริษยา จะรับมืออย่างไรโบราณว่า ไม้ใหญ่ย่อมเจอขวานคม คนเด่นต้องมีคนด่า คนมีปัญญาจึงมีคนลองดี คนทำงานดีจึงมีคนริษยา ปรากฏการณ์เช่นว่านี้เป็นของธรรมดา ทำงานดีจนมีคนริษยายังดีกว่าทำงานไม่ดี จึงเป็นได้แค่คนที่คอยริษยา
๑๐. ทำงานแทบตาย เงินไม่พอใช้ทำอย่างไรดี(๑) หางานใหม่
(๒) ลดความต้องการให้น้อยลง อยู่กับความจริงให้มาก
(๓) บริโภคปัจจัยสี่โดยมุ่งประโยชน์ อย่ามุ่งประดับ
(๔) ทำบัญชีรายรับรายจ่าย รับมากกว่าจ่ายจึงนับว่ายอดจ่ายมากกว่ารับนับว่าแย่
๑๑. ถูกนายด่า อารมณ์เสียควรทำอย่างไรคนที่ด่าคนอื่นสะท้อนว่าระบบข้างใจกำลังพัง คนอารมณ์เสียเพราะถูกด่าแสดงว่าระบบของตัวเองก็พังตามไปด้วย
๑๒. ไถ่ชีวิตโคได้บุญมากไหมถ้าไถ่แล้วโคอยู่รอดคุณ ได้บุญ แต่หากไถ่เพื่อทำให้วัดอยู่รอดคุณได้บาป แทนที่จะไถ่โคกระบือคุณควรไถ่ตัวเองให้พ้นจากความโลภ โกรธ หลง ดีกว่า
๑๓. แฟนติดหนังเกาหลีดูทั้งคืนไม่ยอมนอนขอให้คิดว่าอย่างน้อยเธอยังนั่งดูอยู่ในบ้าน ถึงเธอจะติดหนังเกาหลี ก็ยังดีกว่าติดผู้ชายขี้หลีที่อยู่นอกบ้าน
๑๔. ลูกค้าจู้จี้ทำอย่างไรดีมีลูกค้าจู้จี้ยังดีกว่าวันทั้งวันไม่มีใครแวะเวียนผ่านมาเยี่ยมเยียนถึงในร้านลูกค้าจู้จี้ได้ แต่คุณต้องทำให้เขาประทับใจเอาไว้เสมอ
๑๕. ไปงานวันเกิดควรได้อะไร(๑) ได้ถามตัวเองว่า เราเกิดมาเพื่ออะไร
(๒) ได้ถามตัวเองว่า เราเกิดมาจากใคร
(๓) ได้ถามตัวเองว่า เรากตัญญูต่อผู้ให้กำเนิดแล้วหรือยัง
๑๖. สวดมนต์บทไหนดี(๑) สวดพุทธคุณเพื่อเตือนว่า จงเป็นผู้ตื่น
(๒) สวดธรรมคุณเพื่อเตือนว่า จงเว้นสิ่งที่ควรเว้น จงทำสิ่งที่ควรทำ
(๓) สวดสังฆคุณเพื่อเตือนว่า พระอรหันต์ที่แท้คือ พ่อกับแม่ที่อยู่ในบ้านของเรานั่นเอง
๑๗. สามีไม่สนใจธรรมะเลยทำอย่างไรดี(๑) เราควรมีธรรมะให้เขาดู
(๒) เราควรอยู่ให้เขาเห็น
(๓) เราควรสงบเย็นให้เขาได้สัมผัสเพราะ หนึ่งการกระทำสำคัญกว่าพันคำพูด
๑๘. โดนขับรถปาดหน้า โมโหมาก(๑) บอกตัวเองว่าโกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ด่าคือมาร ระรานคือบาป
(๒) เปลี่ยนการด่าเป็นการแผ่เมตตาให้เขาถึงที่หมายโดยปลอดภัย
(๓) เตือนตนไว้ว่า อย่าขับรถปาดหน้าใคร เพราะอาจมีอันตรายรอบด้าน
๑๙. อยู่ในกลุ่มเพื่อนชอบนินทาจะตีจากดีไหมท่านพุทธทาสกล่าวว่า คนชอบนินทาคือคนที่ชอบกินของเน่า ถ้าเราร่วมผสมโรงไปกับเขาแสดงว่าเราเองก็ชอบกินของเน่าไม่เบาเหมือนกัน
๒๐. ทำไมมักเจอสิ่งที่ไม่ชอบใจอยู่เสมอผู้รู้บอก ว่า ศิลปินอย่าดูหมิ่นศิลปะกองขยะดูดีๆ ยังมีศิลป์ดังนั้น ในสิ่งที่คุณไม่ชอบย่อมมีแง่มุมที่คุณชอบอย่างแน่นอนมองอย่างพินิจจะพบว่า ในดีมีเสีย ในเสียมีดี
แนวคิดที่ได้
คนที่ชอบจับผิด จิตใจจะหม่นหมอง ไม่มีโอกาส "จิตประภัสสร" ฉะนั้น จงมองคน มองโลกในแง่ดี"แม้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ถ้ามองเป็น ก็เป็นสุข"
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น